Q&A : “เกม” รัตนากร ใหม่คามิ จากเทพเทนนิส สู่กองกลางชั้นเยี่ยมลูกหนังไทย

 

“เกม” รัตนากร ใหม่คามิ จากเทพเทนนิส สู่กองกลางชั้นเยี่ยมลูกหนังไทย

 

ชั่วโมงนี้ชื่อของ “เกม” รัตนากร ใหม่คามิ กลายเป็นชื่อที่คุ้นหูของเหล่าแฟนบอลไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเขาคือส่วนสำคัญที่ทำให้ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ซีเกมส์ สมัยที่ 16 มาครอง และยังเป็นกำลังหลักของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในการลุ้นแชมป์ไทยลีกอยู่ในเวลานี้

 

“เกม” รัตนากร ใหม่คามิ นักเตะสารพัดประโยชน์ที่ไม่ว่าโค้ชจะส่งลงสนามไปในตำแหน่งไหน ก็มักจะทำผลงานได้เป็นอย่างดี เป็นที่ชื่นชอบของโค้ช และแฟนบอล ซึ่ง “เกม” เป็นเด็กหนุ่มสายเลือดบุรีรัมย์โดยกำเนิด แต่ใครจะไปเชื่อว่าดาวเตะที่กำลังจรัสแสงในฟลอร์หญ้าคนนี้ จะเคยเป็นอดีตนักเทนนิสยอดฝีมือระดับเยาวชน และที่สำคัญ “เกม” ยังเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตำนานนักตะกร้อทีมชาติไทย อย่าง พ.อ.อ.สุธรรม ใหม่คามิ

 

“เกม” รัตนากร เด็กหนุ่มที่ฟ้าประทานให้เขาต้องเดินทางสายลูกหนัง ฝีเท้าฉกาจถึงขั้นถูกเรียกติดทีมชาติชนิดที่ต้องแบกอายุลงเล่นอย่างน้อย 2-3 ปี ซึ่งก็พาทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี คว้าแชมป์มาแล้ว 2 รายการ คือแชมป์ดูไบ คัพ และซีเกมส์ หนล่าสุดที่เปลี่ยนกฎมาใช้นักเตะอายุไม่เกิน 22 ปี ลงเล่น

 

 

ในฉบับนี้เรามารู้จัก “เกม” รัตนากร ใหม่คามิ กันให้มากขึ้น ว่าเขานั้นคาดหวังอะไรจากการเดินทางสายลูกหนังในวันนี้

 

Q : แนะนำตัวให้แฟน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รู้จักหน่อย ?

A : สวัสดีครับ ผมเกม รัตนากร ใหม่คามิ เป็นเด็กบุรีรัมย์โดยกำเนิดครับ กีฬาแรกที่ผมเล่นคือเทนนิสครับผม เล่นตั้งแต่ผมอายุ 7 ถึง 12 ปี พออายุ 13 ปี บุรีรัมย์เริ่มก่อตั้งทีมผมเลยไม่อยากเล่นเทนนิสต่อ พ่อเลยถามว่าอยากเล่นกีฬาอะไร ผมก็ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าฟุตบอลครับ พ่อเลยส่งผมให้ไปอยู่ที่อะคาเดมี oaz ของอาจารย์ส่งเสริม มาเพิ่ม ครับ

 

“ช่วงที่ผมไป เป็นช่วงโรงเรียนปิดครับ แต่พอช่วงโรงเรียนเปิดผมต้องกลับมาเรียนต่อ ก็เลยไปลองทดสอบกับ บุรีรัมย์ อะคาเดมี ทั้งที่เขาคัดกันมาแล้วเดือนกว่าๆ ผมเลยไปลองคัดดู 3-4 วัน วันที่ 5 โค้ชเดินมาว่าจะเอาของเข้ามาอยู่เลยไหม ติดแล้วนะ ผมก็เลยได้ข่าวดีกลับไปบอกพ่อแม่ครับ ว่าผมได้เข้าไปแล้ว พ่อแม่ดีใจมากครับ ผมอยู่อะคาเดมีตั้งแต่อายุ 13 ปี จนพอได้ 18 ปี ผมก็ได้ขึ้นชุดใหญ่ที่เป็นจุดกำเนิดทำให้ผมได้มาอยู่ทีมบ้านเกิดครับ”

 

Q : ทราบมาว่าเคยเป็นนักเทนนิส ดีกรีเยาวชนมือหนึ่งของภาคอีสาน ช่วยเล่าเส้นทางการเปลี่ยนแปลงนี้ให้แฟนบอลฟังหน่อย ?

A: ตอนเด็กครอบครัวผม ญาติพี่น้องเล่นเทนนิส ด้วยกันทั้งหมดเลย พ่อก็เลยอยากให้เล่นเทนนิสตามพวกญาติๆ ก็เลยได้เล่นตั้งแต่ 7 ขวบ เทนนิสรายการแรกที่ไปแข่งก็ได้แชมป์เลย แล้วก็ได้แชมป์มาเรื่อยๆ จนเป็นที่ 3 ระดับประเทศครับ เล่นเทนนิสจนถึงอายุ 12 ปี แล้วพออายุ 13 ปี ก็เปลี่ยนมาเล่นฟุตบอล เพราะว่าผมก็ชอบฟุตบอลด้วย

 

Q : รู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนสายมาเล่นฟุตบอล แถมได้ลงสนามรับใช้ทีมชาติไทยด้วย ?
A :
ก็ดีใจครับ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ติดทีมชาติ อีกอย่างผมเพิ่งอายุ 19 ได้ข้ามรุ่นไปเล่น U-23 ก็ดีใจมากๆ ครับ ผมต้องขอบคุณผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ที่ได้ให้โอกาสผม และไว้ใจผมจนกระทั่งได้ติดทีมชาติครับ

 

 

Q : ได้อะไรจากการรับใช้ทีมชาติไทยบ้าง ?

A : ได้เรียนรู้เทคนิควิธีการเล่นจากประเทศอื่นๆ แล้วก็ได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง ว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหน แล้วมาแก้ไขพัฒนาครับ

 

Q : ตอนนี้มีแมตช์ให้เล่นถี่มาก มีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ?

A : ช่วงนี้เกมแข่งเยอะ การดูแลตัวเองผมต้องพักผ่อนให้เพียงพอทานอาหารที่มีประโยชน์ และเล่นเวทให้ร่างกายพร้อมเสมอกับการแข่งครับ การพักผ่อนคือเรื่องสำคัญที่สุดครับเวลานี้

 

Q : นอกจากฟุตบอล เทนนิส แล้ว ยังชอบกีฬาอะไรอีก ?

A : ตะกร้อครับ เพราะว่าพ่อเป็นอดีตนักตะกร้อทีมชาติไทย เห็นพ่อเล่นก็เลยอยากจะเล่นตามพ่อครับ

 

Q : คิดว่าทีมไหนที่น่ากลัวที่สุดในฤดูกาลนี้ ?

A : เวลานี้ไม่มีทีมไหนน่ากลัวเท่าทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของเราแล้วครับ (หัวเราะ) ผมคิดเสมอว่าไม่ว่าจะเจอกับทีมไหนต้องไม่กลัว ซึ่งความกลัวมันคือสิ่งที่เรานักกีฬาต้องข้ามผ่านมันให้ได้ เมื่อเราไม่กลัวใคร เราก็จะทำตามเป้าหมายของเราได้ และที่สำคัญต้องมีสติรู้ตัวเสมอว่ากำลังทำอะไร

 

 

Q : นักเตะที่เป็นต้นแบบของคุณคือใคร ?

A : กำนันกบ สุเชาว์ นุชนุ่ม ของเรานี่แหละครับ แล้วก็มี พี่โน้ต จักรพันธ์ แก้วพรม อีกคน พี่ทั้ง 2 คน เป็นต้นแบบที่ดีของผม จะคอยสอนผม และเพื่อนๆ เสมอๆ ทั้งเรื่องนอกสนาม และในสนาม

 

Q : ฤดูกาลนี้คิดว่าจะคว้าแชมป์ให้แฟน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทุกแชมป์หรือเปล่า ?

A : มาถึงตรงนี้ เมื่อพวกเราไม่กลัวใคร ผมมองดูแล้วว่า พวกเราน่าจะสามารถคว้าแชมป์ได้นะครับ แต่จะกี่แชมป์ต้องลุ้นกัน เราเต็มที่ทุกเกม ทุกถ้วยอยู่แล้ว

 

Q : ความฝันสูงสุดในสายอาชีพนักฟุตบอลคือ ?

A : ผมอยากช่วยทีมบ้านเกิดคว้าแชมป์ ผมอยากติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และผมอยากดูแลพ่อแม่ ให้ท่านมีความสุข ด้วยการเล่นฟุตบอลของผม

 

Q : ถ้าไม่ได้เป็นนักฟุตบอล คิดว่าจะทำอาชีพอะไร ?

A : ถ้าไม่ได้เป็นนักฟุตบอล ผมก็น่าจะไปเป็นทหารอากาศ ตามรอยพ่อครับ

 

Q : ในฐานะที่เป็นคนบุรีรัมย์ รู้สึกอย่างไรกับการได้มาเล่นให้ทีมบ้านเกิด ?
A :
แน่นอนมันคือความภาคภูมิใจ ผมเชื่อว่านักเตะทุกคนอยากจะลงสนามรับใช้บ้านเกิด เมื่อโอกาสของผมมาถึง ผมก็ต้องทำมันให้ดีที่สุด

 

 

Q : มีนักเตะหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกัน สนิทกับใครเป็นพิเศษหรือเปล่า ?

A : ก็มี “เช็ค” สุภโชค สารชาติ กับ “พี” ศศลักษณ์ ไหประโคน ครับ ไปไหนมาไหนก็จะไปด้วยกันตลอดครับ

 

Q : หลายคนคงอยากทราบว่าตอนนี้มีแฟนหรือยัง ?

A : ตอนนี้ผมคิดแต่เรื่องเล่นบอลครับ ถ้าเป็นแฟนผมก็คงมีแต่แฟนคลับที่คอยให้กำลังใจกันมาตลอด และผมก็ขอบคุณแฟนคลับทุกๆ คนด้วยนะครับ ที่เป็นกำลังใจให้กับผมมาตลอดครับ

 

Q : กิจกรรมยามว่างของคุณคืออะไร ?
A :
ส่วนมากถ้าไม่ใช่วันหยุดจริงๆ ผมก็จะนอนอยู่แคมป์ครับ ก็ฟังเพลง ดูหนังครับ แต่ถ้าเป็นวันหยุดหลังแข่ง หรือว่าหยุด 1-2 วัน ผมก็จะกลับบ้าน ชอบไปนอนคุยกับพ่อแม่บางทีก็ไปทำบุญ ไปทานข้าวด้วยกันครับ

 

Q : มีอะไรอยากจะฝากถึงแฟน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ?

A : อยากจะฝากถึงแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคนนะครับ ก็อยากให้มาเชียร์พวกเรากันเยอะๆ อยากให้มาให้กำลังใจพวกเรา พวกเราก็จะเอาแชมป์มาไว้ที่บุรีรัมย์ให้ได้ครับ

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ - ข้อมูลจาก : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แมตช์เดย์ 2017 ฉบับที่ 15

Tag : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด,ปราสาทสายฟ้า,รัตนากร ใหม่คามิ,บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แมตช์เดย์ 2017 4 ตุลาคม 2560

LATEST NEWS